ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 วงการเทคโนโลยีระเบิดเรื่องใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด… OpenAI ประกาศทำดีลกับเพนตากอน ส่ง AI เข้าไปทำงานในระบบลับของกองทัพสหรัฐ ภายในไม่กี่วัน แฮชแท็ก #QuitGPT ก็กลายเป็นกระแสที่ดังที่สุดบนโลก โดยมีคนร่วม boycott ถึง 2.5 ล้านคนภายใน 72 ชั่วโมง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าบนทวิตเตอร์ แต่มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ AI ทั้งวงการ เพราะนี่คือครั้งแรกที่คนจำนวนมากตั้งคำถามจริงจังว่า… AI ที่คุณใช้ทุกวัน เงินค่า subscription ของคุณกำลังไปอยู่ที่ไหน?
บทความนี้ผมจะเล่าให้ครบทุกมุม ตั้งแต่ต้นเหตุ ปฏิกิริยาลูกโซ่ จนถึงผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
เกิดอะไรขึ้น? ไทม์ไลน์ฉบับเข้าใจง่าย
เรื่องนี้มีหลายตัวละคร หลายจังหวะ ผมจะเรียงให้ดูง่ายที่สุด
กรกฎาคม 2025: Anthropic (บริษัทที่สร้าง Claude) ได้สัญญากับเพนตากอน ให้นำ AI เข้าไปทำงานในระบบลับ (classified network) เป็นรายแรก ทุกอย่างราบรื่นดี
กุมภาพันธ์ 2026: เพนตากอนขอเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา ให้ใช้ Claude ได้ใน “ทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมาย” ซึ่งหมายความว่า… อะไรก็ได้ ตั้งแต่วิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง ไปจนถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ
27 กุมภาพันธ์ 2026: Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ปฏิเสธ โดยบอกว่า “เราไม่สามารถยอมรับได้ด้วยมโนธรรม” เพราะมีเส้นแบ่ง 2 ข้อที่ไม่ยอมถอย คือ ห้ามใช้ AI สร้างอาวุธอัตโนมัติ (autonomous weapons) และห้ามใช้ AI สอดแนมประชาชนแบบเหวี่ยงแห (mass surveillance)
27 กุมภาพันธ์ 2026 (วันเดียวกัน): ประธานาธิบดี Trump ประกาศตัดสัมพันธ์กับ Anthropic และ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหม ตราหน้า Anthropic เป็น “supply chain risk” (ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน) ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้ป้ายนี้กับบริษัทอเมริกัน ปกติจะใช้เฉพาะกับบริษัทที่เชื่อมโยงกับประเทศศัตรูอย่างจีนหรือรัสเซีย
28 กุมภาพันธ์ 2026: Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ประกาศรับงานเพนตากอนทันที โดย post บน X ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลัง Anthropic ถูกตัดออก
1 มีนาคม 2026: แฮชแท็ก #QuitGPT ระเบิด คนทั่วโลกเริ่มลบ ChatGPT กันเป็นระลอก
ทำไม Anthropic ถึงปฏิเสธสัญญา 200 ล้านดอลลาร์?
ลองนึกดูว่า… คุณเป็นซีอีโอ startup มูลค่าหลายหมื่นล้าน มีสัญญากับรัฐบาลสหรัฐมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์อยู่ในมือ แล้ววันหนึ่งรัฐบาลบอกว่า “เปลี่ยนเงื่อนไขหน่อย ให้เราใช้ AI ของคุณทำอะไรก็ได้” คุณจะยอมไหม?
Dario Amodei เลือกไม่ยอม
Anthropic มีเส้นแบ่ง 2 ข้อที่ไม่เคยถอยตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ข้อแรกคือ ห้ามใช้ AI สั่งอาวุธอัตโนมัติโดยไม่มีคนควบคุม และข้อสองคือ ห้ามใช้ AI สอดแนมประชาชนอเมริกันแบบเหวี่ยงแห ถ้าเงื่อนไขใหม่เปิดให้ใช้ใน “ทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมาย” มันหมายความว่าเส้นแบ่งทั้งสองข้อจะหายไป
ผลที่ตามมาคือหนักมาก ป้าย “supply chain risk” ที่เพนตากอนแปะให้ Anthropic ไม่ได้แค่ตัดสัญญาของเพนตากอน แต่ทำให้ทุกผู้รับเหมาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐถูกห้ามใช้ Claude ด้วย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล
แต่ Anthropic ไม่ได้นิ่งเฉย บริษัทฟ้องรัฐบาล Trump กลับเมื่อวันที่ 9 มีนาคม โดยให้เหตุผลว่าการตราหน้าเป็น “supply chain risk” นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะป้ายนี้ไม่เคยถูกใช้กับบริษัทอเมริกันมาก่อน และอดีตผู้พิพากษาหลายคนก็ออกมาสนับสนุน Anthropic
ถ้าคุณเคยอ่านบทความ ChatGPT vs Gemini vs Claude vs DeepSeek ของ cheesepie คุณจะรู้ว่า Anthropic กับ OpenAI มีจุดยืนเรื่อง AI Safety ที่ต่างกันมาตั้งแต่แรก และดีลนี้ทำให้ความแตกต่างนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น
OpenAI รับงานเพนตากอนภายใต้เงื่อนไขอะไร?
Sam Altman ไม่ได้รับงานแบบไม่มีเงื่อนไข เขาบอกว่า OpenAI มีเส้นแบ่ง 3 ข้อที่ตั้งไว้กับเพนตากอน คือ ห้ามใช้สอดแนมประชาชนในประเทศ, ห้ามใช้สั่งระบบอาวุธอัตโนมัติ และห้ามใช้ตัดสินใจสำคัญแบบอัตโนมัติ
ฟังดูดีใช่ไหม? แต่นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่า ปัญหาอยู่ที่ “รายละเอียด”
Electronic Frontier Foundation (EFF) วิเคราะห์ว่าเงื่อนไขเหล่านี้เป็นแค่ “usage policy” ที่ OpenAI ตั้งเอง ไม่ใช่ข้อผูกมัดในสัญญา และไม่มีกลไกตรวจสอบจากภายนอก เพราะทั้งหมดอยู่ในระบบลับ The Intercept รายงานเพิ่มว่า OpenAI ไม่ได้ระบุชัดว่า safety rules สำหรับทหารต่างจากผู้ใช้ทั่วไปอย่างไร
แล้วอะไรเกิดขึ้นภายใน OpenAI เอง? CNN รายงานว่าพนักงานจำนวนมากไม่พอใจ มีจดหมายเปิดผนึกที่พนักงาน OpenAI และ Google กว่า 900 คนร่วมลงชื่อ เรียกร้องให้บริษัทปฏิเสธสัญญาสอดแนมของเพนตากอน
Sam Altman ยอมรับในโพสต์บน X ว่า ดีลนี้“ดูเร่งรีบและหยาบ” (opportunistic and sloppy) และ OpenAI ก็แก้ไขสัญญาเพิ่มเติมภายในไม่กี่วัน เช่น เพิ่มข้อความว่า “ห้ามใช้สอดแนมพลเมืองอเมริกันโดยเจตนา” และจำกัดไม่ให้หน่วยข่าวกรองใช้ AI ของ OpenAI โดยตรง
แต่สำหรับหลายคน การแก้ไขนี้ช้าเกินไป
#QuitGPT ระเบิดแค่ไหน?
ตัวเลขพูดดังกว่าคำพูด
TechCrunch รายงานว่ายอดลบ ChatGPT พุ่งขึ้น 295% ในวันเดียว หลังดีลถูกประกาศ กระแส #QuitGPT มีคนร่วมกว่า 2.5 ล้านคนภายใน 72 ชั่วโมง
ฝั่ง Anthropic ล่ะ? Claude ขึ้นอันดับ 1 บน App Store สหรัฐเป็นครั้งแรก โดยมียอดดาวน์โหลด 149,000 ต่อวัน เทียบกับ ChatGPT ที่ 124,000 ต่อวัน
| ตัวชี้วัด | ก่อน #QuitGPT | หลัง #QuitGPT | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| Claude DAU (ผู้ใช้ต่อวัน) | ~4 ล้าน | 11.3 ล้าน | +183% |
| Claude สมัครใหม่ต่อวัน | ไม่เปิดเผย | 1 ล้านคน/วัน | – |
| ChatGPT ยอดลบแอป | ปกติ | พุ่งขึ้น 295% | +295% |
| อันดับ App Store สหรัฐ | ChatGPT #1 | Claude #1 | สลับตำแหน่ง |
ข้อมูลจาก Android Headlines ระบุว่า Claude มียอดผู้ใช้งาน 11.3 ล้านคนต่อวัน และ 9to5Google รายงานว่ามีคนสมัครใหม่เกิน 1 ล้านคนต่อวัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ กระแสนี้ไม่ได้เกิดจากแคมเปญการตลาดของ Anthropic เลย แต่เกิดจากคนทั่วไปที่ “vote with their wallets” (เลือกด้วยกระเป๋าเงิน) ตัดสินใจเองว่าจะสนับสนุนบริษัทไหน
AI ควรไปรบไหม? คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ขาว-ดำ ผมจะเล่าให้ฟังทั้งสองมุม
ฝ่ายสนับสนุนบอกว่า ถ้าสหรัฐไม่พัฒนา AI ทหาร จีนกับรัสเซียก็จะทำอยู่ดี และถ้าประเทศเหล่านั้นนำหน้า ผลที่ตามมาอาจแย่กว่า อย่างน้อย AI ของสหรัฐยังมีเส้นแบ่งบางอย่าง ดีกว่าไม่มีเลย
ฝ่ายคัดค้านชี้ว่า ปัญหาใหญ่คือ “ใครจะเป็นคนควบคุม?” AI ในสนามรบตัดสินใจเร็วกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า ถ้า AI ตัดสินใจผิด, ยิงเป้าหมายพลาด, หรือทำร้ายพลเรือน ใครจะรับผิดชอบ? ตัว AI เอง? โปรแกรมเมอร์ที่เขียนโค้ด? หรือนายพลที่สั่งใช้?
คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในกฎหมายระหว่างประเทศ และนั่นคือเหตุผลที่ Anthropic ไม่ยอมข้ามเส้น เพราะเมื่อ AI เข้าไปในระบบลับแล้ว ไม่มีใครจากข้างนอกตรวจสอบได้ว่ามันถูกใช้ทำอะไรจริง
ถ้าคุณสนใจเรื่อง AI ที่ทำงานอัตโนมัติ ลองอ่าน AI Agent คืออะไร? เพื่อเข้าใจว่า AI ที่ “ลงมือทำเอง” ทำงานยังไง และเรื่อง AGI 2027 Report เพื่อดูว่า AI จะฉลาดขึ้นอีกแค่ไหน
คนไทยที่ใช้ ChatGPT อยู่ ควรทำอะไร?
ผมจะไม่บอกว่า “ลบ ChatGPT เลย” เพราะมันไม่ใช่เรื่องขาว-ดำขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ… คุณมีสิทธิ์รู้ว่าเงิน 700 บาทต่อเดือนของคุณไปอยู่ที่ไหน
ถ้าคุณตัดสินใจว่าอยากลองทางเลือกอื่น ตอนนี้มีหลายตัวที่ทำงานได้ดีไม่แพ้กัน
Claude โดย Anthropic ตอนนี้เป็นคู่แข่งหลักของ ChatGPT โดยตรง มีจุดเด่นคือการเขียนและวิเคราะห์ที่ละเอียด มีทั้ง free tier และ Pro ราคา $20/เดือน ข้อดีคือบริษัทแม่มีจุดยืนเรื่องจริยธรรมชัดเจน
Gemini โดย Google ถ้าคุณใช้ Google Workspace อยู่แล้ว Gemini จะทำงานร่วมกับ Gmail, Docs, Drive ได้สะดวก มี free tier ที่ใช้งานได้ดี
DeepSeek ตัวเลือกจากจีนที่กำลังมาแรง เก่งเรื่องโค้ดและคณิตศาสตร์ ใช้ฟรีเป็นหลัก แต่ต้องพิจารณาเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลด้วย
ผมเคยเขียนเปรียบเทียบไว้ละเอียดแล้วในบทความ ChatGPT vs Gemini vs Claude vs DeepSeek: ตัวไหนเก่งสุดในปี 2026? ลองเข้าไปอ่านดูได้
สิ่งสำคัญคือ… ไม่ว่าจะใช้ตัวไหน ให้รู้ว่าบริษัทที่อยู่เบื้องหลังทำอะไรอยู่ เพราะ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือแล้ว มันเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังตัดสินใจเรื่องใหญ่แทนคุณ
สรุป: เรื่องนี้สำคัญกับทุกคนที่ใช้ AI
ดราม่า #QuitGPT ไม่ใช่แค่เรื่องของอเมริกา มันเป็นเรื่องของทุกคนที่ใช้ AI
ก่อนหน้านี้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเขียนอีเมล แปลภาษา สรุปเอกสาร แต่ตอนนี้มันก้าวข้ามไปสู่เครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในระบบทหารแล้ว และทุกครั้งที่คุณจ่ายค่า subscription หรือดูโฆษณาบนแพลตฟอร์ม คุณกำลังสนับสนุนทิศทางที่บริษัทนั้นเลือก
เรื่อง Anthropic ฟ้องรัฐบาลสหรัฐยังไม่จบ TechCrunch เปิดเผยเอกสารศาลล่าสุดว่าเพนตากอนเคยบอก Anthropic ว่าทั้งสองฝ่าย “เกือบจะตกลงกันได้” เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ Trump จะประกาศตัดสัมพันธ์ ซึ่งทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นไปอีก
สิ่งที่ cheesepie อยากทิ้งไว้ให้คิดคือ… เรามีสิทธิ์เลือกว่าจะสนับสนุนบริษัทไหน และทุกการเลือกมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือก AI ที่ใช้ หรือการเลือกที่จะรู้ว่าเบื้องหลังเกิดอะไรขึ้น
ติดตาม cheesepie ได้ที่
Twitter/X: @cheesepie_content · TikTok: @cheesepie_content
ที่ผมอ้างอิง
- Our agreement with the Department of War โดย OpenAI (2026)
- OpenAI reveals more details about its agreement with the Pentagon โดย TechCrunch (2026)
- OpenAI’s Altman admits defense deal ‘looked opportunistic and sloppy’ โดย CNBC (2026)
- OpenAI sweeps in to snag Pentagon contract after Anthropic labeled ‘supply chain risk’ โดย Fortune (2026)
- Claude beats ChatGPT in U.S. app downloads after Pentagon blacklists Anthropic โดย Axios (2026)
- ChatGPT uninstalls surged by 295% after DoD deal โดย TechCrunch (2026)
- Claude Hit 11 Million Daily Users in 2026 โดย Android Headlines (2026)
- Claude hits one million daily signups โดย 9to5Google (2026)
- Some OpenAI staff are fuming about its Pentagon deal โดย CNN (2026)
- Weasel Words: OpenAI’s Pentagon Deal Won’t Stop AI-Powered Surveillance โดย EFF (2026)
- OpenAI on Surveillance and Autonomous Killings โดย The Intercept (2026)
- Anthropic sues the Trump administration over ‘supply chain risk’ label โดย NPR (2026)
- Anthropic sues Pentagon over being labeled a national security risk โดย Washington Post (2026)
- Former judges side with Anthropic โดย CNN (2026)
- New court filing reveals Pentagon told Anthropic the two sides were nearly aligned โดย TechCrunch (2026)
- Google and OpenAI employees back Anthropic in its legal fight โดย Fortune (2026)